นางรสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ จีพีเอสซี เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งประเทศอินเดีย เป็นบ้านหลังที่สองในการผลิตพลังงานหมุนเวียน เพื่อผลักดันให้ปี 73 บริษัทมีกำลังการผลิต 15 กิกะวัตต์ ตามแผนของ บมจ.ปตท. บริษัทแม่ที่เตรียมจะปรับจากเป้าหมายเดิม 12 กิกะวัตต์ เนื่องจากมองว่าต้นทุนการลงทุนในอินเดียถูกกว่าไทย 3 เท่าตัว ทั้งจากค่าแรง ราคาที่ดินที่ถูกกว่า และทางรัฐบาลสนับสนุนโดยมีค่าไฟที่ 1.4 บาทต่อหน่วย หากเทียบกับไทยซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4 บาทต่อหน่วย หลังจากก่อนหน้านี้ ได้เข้าถือหุ้น 42.93% ใน บริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพเวท จำกัด ของกลุ่มอวาด้าผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศอินเดีย
สำหรับการลงทุนในอวาด้าตั้งแต่ปี 64 ที่ผ่านทา ส่งผลให้ไตรมาส 1 ปี 66 บริษัทสามารถมีกำไรเข้ามาแล้วประมาณ 128 ล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นนี้จะมีกำไรอยู่ที่ 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 69 จะมีกำไรเพิ่มเป็นราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามเป้าหมายกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็น 11 กิกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 4 กิกะวัตต์ และที่เซ็นสัญญาไปแล้วอยู่ระหว่างก่อนสร้างอีก 3 กิกะวัตต์ ส่งผลให้ปีนี้โดยรวมอยู่ที่ 7 กิกะวัตต์ ทำให้บริษัทสามารถรับรู้ผลการดำเนินงานเข้ามาตามสัดส่วนการถือหุ้น
ขณะเดียวกันบริษัทยังหาโอกาสเข้าลงทุนในพลังงานหมุนเวียน จากประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพ และมีพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศจีน ออสเตรเลีย อเมริกา และยุโรป รวมทั้งไต้หวันที่เข้าลงทุนโดยมีแพลตฟอร์มโซลาร์รูฟท็อปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้บริษัมมีกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ตามเป้าหมายที่จะมีสัดส่วนกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ในปี 73 จากปัจจุบันอยู่ที่ 35% ของกำลังการผลิตรวม พร้อมกับยกเลิกแผนที่จะลงทุนในเวียดนามหลังจากเข้าไปศึกษาธุรกิจของพันธมิตรที่เสนอเข้ามาประมาณ 5 รายแล้ว พบว่าแผนงานไม่ชัดเจน และที่ดินไม่ถูกต้อง อาจกระทบกับบริษัทในอนาคตได้คำพูดจาก pg เว็บตรง
นางรสยา กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทถือเป็นผู้นำอันดับ 3 ในอาเซียนของการผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุด และเพื่อรักษาตำแหน่งดังกล่าวไว้จึงต้องเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนแล้วยังมีแผนขยายธุรกิจใหม่ๆ เช่น การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมไปถึงกลุ่มแบตเตอรี่ และโซลาร์เซลล์ เป็นต้น